วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ที่อยู่

   


                                                                      ที่อยู่

            ในปัจจุบันมีแหล่งเลี้ยงโคนมที่สำคัญอยู่ ๔ แห่ง คือ บริเวณจังหวัดสระบุรี-นครราชสีมา- ลพบุรี บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-เพชรบุรี บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ และบริเวณจังหวัดราชบุรี-นครปฐม เกษตรกรในสามแหล่งแรกส่งน้ำนม ดิบเข้าโรงงานขององค์การส่งเสริมกิจการโคนม แห่งประเทศไทยที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตามลำดับ ส่วนแหล่งสุดท้าย ส่งเข้าโรงงานของสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) อย่างไรก็ตาม ในระยะหลัง ได้มีการมีเลี้ยงโคนมกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณใกล้เคียงกับ วิทยาลัยเกษตรกรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา และบริษัทเอกชนที่มีการแปรรูปนม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องการให้อาหารข้นเสริมจะเห็นได้ว่าอาหาร ข้นจะเข้าไปมีบทบาทต่อการผลิตน้ำนมมากขึ้น นอกจากนั้นบทบาทที่สำคัญอีกอย่างก็คือ จะเป็นตัวกำหนด ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการเลี้ยงโคนม 




อ้างถึง  :  http://kanchanapisek.or.th

อาหาร


 

                                                   อาหาร

         โคนมเป็นสัตว์สี่กระเพาะหรือที่เรียกว่า สัตว์เคี้ยวเอื้อง ซึ่งอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ประเภทนี้จะมี 2 ชนิดคือ อาหารหยาบ เช่น หญ้า ถั่ว อาหารสัตว์ ฟางข้าว และอาหารข้น เช่น อาหารผสม ในการให้อาหารแก่   โคนม อาหารทั้ง 2 ชนิด จะมีความสำคัญเท่า ๆ กัน และต้องมีความสัมพันธ์กัน เพื่อที่จะทำให้โคนม สามารถให้น้ำนมได้สูงสุดตามความสามารถของโคแต่ละตัวที่จะแสดงออก โคนมในปัจจุบันได้รับการ ปรับปรุงพันธุ์จนมีความสามารถในการให้น้ำนมได้สูงกว่าแต่ก่อน ลำพังการให้อาหารหยาบเพียงอย่าง เดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารหยาบในเขตร้อนอย่างประเทศไทย ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารต่ำ มีโภชนะ ไม่เพียงพอแก่ความต้องการของแม่โคนม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องการให้อาหารข้นเสริมจะเห็นได้ว่าอาหาร ข้นจะเข้าไปมีบทบาทต่อการผลิตน้ำนมมากขึ้น นอกจากนั้นบทบาทที่สำคัญอีกอย่างก็คือ จะเป็นตัวกำหนด ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการเลี้ยงโคนม 








   อ้างถีง: อาหาร   http://holsteinfriesian88.blogspot.com

ลักษณะทั่วไป

                                       ลักษณะทั่วไป




โคนมพันธุ์โฮลส์ไตน์ฟรีเชี่ยน (Holstein Friesian)
โคพันธุ์นี้มีขนาดใหญ่เพศผู้หนัก 8001,000 กิโลกรัม เพศเมียน้ำหนัก 500800 กิโลกรัม
โคนมพันธุ์โฮลส์ไตน์ ส่วนใหญ่มีสีขาวดำ โดยสีขาว หรือ ดำ จะมากหรือน้อยกว่าก็ได้  จึงมักเรียกชื่อง่ายๆ ว่าโคนมพันธุ์ขาวดำ  แต่จริง ๆ แล้วโคนมพันธุ์โฮลส์ไตน์  ยังมีสีขาวแดงอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมักเรียกว่า ผลิตน้ำนมเฉลี่ย 6,0007,000 กิโลกรัม ต่อ ระยะการให้นม  มีนิสัยค่อนข้างเชื่อง รีดง่ายไม่เตะ หรือ
 อั้นน้ำนม



                                 

                                            
                                               โคนมพันธุ์เจอร์ซี่ (Jersey)
โคตัวเมียหนักประมาณ 350450 กก. ตัวผู้หนัก 500 -600 กก สีของโค มีสีเหลืองปนน้ำตาลหรือสีเทาปนเหลืองหรือ
สีเทาปนน้ำตาลปนอยู่บางตัวอาจมีสีเดียวเป็นพื้นก็ได้ ตัวผู้จะมีสีดำมากขึ้น      โคนมพันธุ์เจอร์ซี่งเติบโตเป็นสาวเร็วกว่าโคพันธุ์อื่นๆ ถ้าเลี้ยงดูดีจะผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุ 15 เดือน และให้ลูกท้องแรกเมื่ออายุ 24 เดือน การให้นมของโคนมพันธุ์เจอร์ซี่เฉลี่ย 3,438 กก. ต่อระยะให้นม 10 เดือน โคบางตัวอาจจะให้นมมากกว่า 10,000 กก.นมมีไขมัน 5.26 เปอร์เซ็นต์


                                                       
                                        โคพันธุ์บราวน์สวิส(Brown Swiss)
  วัวตัวผู้ตัวโตเต็มที่หนักประมาณ 800-900 กิโลกรัม    วัวตัวเมียเต็มที่หนักประมาณ300-350 กิโลกรัม   เป็นวัวขนาดใหญ่และมีวัวรงร่างที่เก้งก้างกระดูกใหญ่ มีสีเหลืองขาว มีวงขาวรอบปาก,เต้านม,กระหม่อม, แนวหลัง ให้นมเฉลี่ย 4,500  กิโลกรัมต่อระยะการให้นม เปอร์เซ็นต์ไขมันในน้ำนมประมาณ 4% เปอร์เซ็นต์โปรตีนในน้ำนมประมาณ 3.5% องค์ประกอบในน้ำนมมีมาก   เหมาะสำหรับทำเนยหรือผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ ข้อดีของวัวพันธุ์นี้คือ ทนต่ออากาศร้อนได้ดีเมื่อเทียบกับวัวยุโรปพันธุ์อื่นๆ






                                                
                                                                     โคพันธุ์ซาฮีวาล (Sahival)
        ตัวผู้มีน้ำหนักประมาณ 500-600 กิโลกรัม ตัวเมียหนักประมาณ 400-450 กิโลกรัม วัวพันธุ์ซาฮีวาล (รูปร่างคล้ายเรดซินดี้ แต่มีขนาดใหญ่กว่า ลำตัวยาวและลึก ค่อนข้างเจ้าเนื้อ เขาสั้น ตัวมีสีแดง และมีแต้มสีน้ำตาลขาวทั่วไป เขาสั้นซึ่งยาวประมาณ 10 เซนติเมตร คอสั้น หูใหญ่และพับตก เหนียงคอหย่อนยาน ตะโหนกใหญ่และมักเอียงข้าง บั้นท้ายใหญ่และกว้าง หางยาวจนพู่หางระพื้นดิน เต้านมใหญ่และมักหย่อน เป็นวัวขนาดปาน กิโลกรัมต่อระยะการให้นม แม่วัวให้นมเฉลี่ย 2,000  และมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในน้ำนม 4.3% ให้ลูกครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 3 ปี




                                  โคนมพันธุ์เรดซินดี้ (Red Sindhi)
ตัวผู้หนักประมาณ 450-500 กิโลกรัม ตัวเมียหนัก 300-350 กิโลกรัม  มีขนาดค่อนข้างเล็ก  รูปร่างจะหนาแน่นบั้นท้ายจะกลม รูปร่างค่อนข้างลึกและหนา บั้นท้ายกลมและลาดโค้ง สีแดงทั้งตัว บางตัวสีอ่อนจนเกือบเป็นสีขุ่น อาจมีจุดหรือด่างขาวที่เหนียงคอและหน้าผากหัวและหน้าผากกว้างใหญ่ วัวนเขาหนา หูยาวปานกลางและพับตก มีหนังหลวมมาก พื้นท้องและเหนียงคอ หย่อนมาก เต้านมใหญ่แต่ค่อนข้างหย่อน หัวนมค่อนข้างใหญ่  ตะโหนกใหญ่ แม่วัวให้นมเฉลี่ยได้ประมาณ 1,500-2,000 กิโลกรัมต่อระยะการให้นม หรือให้นมประมาณวันละ 5-8กิโลกรัมเริ่มให้นมช้าคือ เริ่มให้นมเมื่ออายุ 3 ปีขึ้นไป ทนต่ออากาศร้อนได้ดี ข้อเสียของวัวพันธุ์นี้คือ ในการให้นมต้องให้ลูกวัวกระตุ้นเร้าให้แม่วัวปล่อยน้ำนม เต้านมเป็นรูปกรวยและหัวนมรวมเป็นกระจุก ทำให้รีดนมได้ยาก ขนาดของหัวนมใหญ่เกินไปถ้าทำการหย่านมลูก แม่วัวจะหยุดให้นม 









   
  อ้างถึง:    โคนมพันธุ์โฮลส์ไตน์ฟรีเชี่ยน                      http://best1991.blogspot.com      
                  โคนมพันธุ์เจอร์ซี่                                        https://cow52.wordpress.com   
                  โคพันธุ์บราวน์สวิส                                      http://www.xn--43ca3a.com
                 โคพันธุ์ซาฮีวาล                                           http://www.xn--43ca3a.com    
                  โคนมพันธุ์เรดซินดี้                                      http://www.xn--43ca3a.com

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สายพันธุ์


                                     สายพันธุ์โคนม


                 โคนมจัดเป็นสัตว์กระเพาะรวม หรือ สัตว์เคี้ยวเอี้อง (Ruminant)   สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ตามแหล่งกำเนิด ได้แก่

 1.1    โคนมเขตหนาว




โคนมพันธุ์โฮลส์ไตน์ฟรีเชี่ยน (Holstein Friesian)

 เป็นโคนมพันธุ์ที่กรมปศุสัตว์ได้คัดเลือกให้เป็นพันธุ์หลักในการปรับปรุงพันธุ์โคนมของประเทศ  โคพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ในทวีปยุโรป สำหรับโคพันธุ์นี้ในทวีปยุโรปมักนิยมเรียกว่าพันธุ์ฟรีเชี่ยน (Friesian) ซึ่งชื่อนี้สอดคล้องกับเมืองฟรีแลนด์(Friesland) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเนเธอร์แลนด์ แต่ในทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา และ แคนาดา เรียกโคนมพันธุ์นี้ว่า พันธุ์โฮลส์ไตน์ (Holstein)  ซึ่งคาดว่าเรียกตามชื่อรัฐ Holstein  ซึ่งอยู่ในประเทศเยอรมัน แต่สำหรับประเทศไทยรวมทั้งหลาย ๆ ประเทศได้มีการนำเข้าน้ำเชื้อ และตัวโคจากประเทศในยุโรป, สหรัฐอเมริกา และแคนาดาจึงมีการเรียกโคพันธุ์นี้รวมว่าพันธุ์โฮลส์ไตน์ฟรี

      
                                          
                                              โคพันธุ์โฮลสไตน์ (Holestein-Friesian)
 เป็นโคนมสายพันธุ์ยุโรป (Bos taurus)มีแหล่งกำเนิดจากทางตอนเหนือของประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อนำโคพันธุ์นี้ไปเลี้ยงในประเทศอังกฤษ จึงได้ชื่อว่าพันธุ์ฟรีเชี่ยน(Friesian)  แต่ในทวีปยุโรปบางประเทศเรียกโคพันธุ์นี้ว่าพันธุ์ดำและขาว (Black andWhite) เป็นโคที่นิยมเลี้ยงและแพร่กระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมากที่สุด สามารถให้ปริมาณน้ำนมมากที่สุดในบรรดาโคนมทุกสายพันธุ์


           
                                             
                                                             โคพันธุ์เจอร์ซี่ (Jersey)
โคพันธุ์เจอร์ซี่ (Jersey) เป็นโคที่ให้นมซึ่งมีไขมันมากที่สุด ถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เป็นโคขนาดเล็ก น้ำหนักแรกเกิดเฉลี่ยประมาณ 25 กิโลกรัม โคตัวผู้ที่มีความสมบูรณ์จะหนักประมาณ 680 กิโลกรัม และตัวเมียประมาณ 430 กิโลกรัม ปริมาณน้ำนมไม่มากนัก ประมาณ 3,000 กิโลกรัมต่อระยะการให้นม รสชาติอร่อย ปริมาณไขมันในนมสูงกว่า 5% ปริมาณโปรตีน, แคลเซี่ยม และแร่ธาตุที่สำคัญสูงกว่าโคนมสายพันธุ์อื่น ๆ ต่างประเทศจึงนิยมเลี้ยงเพื่อผลิตเนยเป็นโคที่กินหญ้าเก่ง สามารถเลี้ยงแบบปล่อยทุ่งได้ดีพอสมควร ตาโปน หน้าหัก จมูก พู่หางมีสีดำ รูปร่างกระทัดรัดสวยงาม สีของตัวเมียจะเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ตัวผู้จะมีสีน้ำตาลค่อนข้างเข้ม





                                          
                                                   โคพันธุ์บราวน์สวิส(Brown Swiss)
โคพันธุ์บราวน์สวิส(Brown Swiss) มีถิ่นกำเนิดในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ แต่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ในสหรัฐอเมริกาให้มีรูปทรงเข้าแบบของโคนม เหมาะสำหรับทำเนยหรือผลิตภัณฑ์นมอื่น ๆ ข้อดีของโคพันธุ์นี้คือ ทนต่ออากาศร้อนได้ดีเมื่อเทียบกับโคยุโรปพันธุ์อื่น ๆ




1.2   โคนมเขตร้อน

                                         
                                                         โคพันธุ์ซาฮีวาล (Sahival)
โคพันธุ์ซาฮีวาล (Sahival) เป็นโคนมที่ดีที่สุดของอินเดีย ถิ่นกำเนิดอยู่ในแคว้นปัญจาบ ประเทศปากีสถานรูปร่างคล้ายเรดซินดี้ แต่มีขนาดใหญ่กว่า ลำตัวยาวและลึก ค่อนข้างเจ้าเนื้อ เขาสั้น ตัวมีสีแดง และมีแต้มสีน้ำตาลขาวทั่วไป เขาสั้น คอสั้น หูใหญ่และพับตก เหนียงคอหย่อนยาน ตะโหนกใหญ่และมักเอียงข้าง บั้นท้ายใหญ่และกว้าง หางยาวจนพู่หางระพื้นดิน เต้านมใหญ่และมักหย่อน เป็นโคขนาดปานกลางให้ลูกครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 3 ปี   





                                                   โคพันธุ์เรดซินดี้ (Red Sindhi)         
    โคพันธุ์เรดซินดี้ (Red Sindhi) เป็นโคที่มีชื่อเสียงของประเทศอินเดียและปากีสถาน ลักษณะที่แตกต่างจากซาฮีวาลคือรูปร่างจะหนาแน่นกว่า บั้นท้ายจะกลมกว่า รูปร่างค่อนข้างลึกและหนา บั้นท้ายกลมและลาดโค้ง สีแดงทั้งตัว บางตัวสีอ่อนจนเกือบเป็นสีขุ่น อาจมีจุดหรือด่างขาวที่เหนียงคอและหน้าผากหัวและหน้าผากกว้างใหญ่ โคนเขาหนา หูยาวปานกลางและพับตก มีหนังหลวมมาก พื้นท้องและเหนียงคอหย่อนมาก เต้านมใหญ่แต่ค่อนข้างหย่อน หัวนมค่อนข้างใหญ่ ตะโหนกใหญ่แต่ไม่เท่าพันธุ์ซาฮีวาลทนต่ออากาศร้อนได้ดี ข้อเสียของโคพันธุ์นี้คือ ในการให้นมต้องให้ลูกโคกระตุ้นเร้าให้แม่โคปล่อยน้ำนม เต้านมเป็นรูปกรวยและหัวนมรวมเป็นกระจุก ทำให้รีดนมได้ยาก ขนาดของหัวนมใหญ่เกินไป ถ้าทำการหย่านมลูก แม่โคจะหยุดให้นม









 อ้างถึง  :  สายพันธุ์โคนม  http://isaninfo.net/agrizaa/meatandmilk/?page_id=13